วันอังคารที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2553
บทที่ 5 การคมนาคมข่นส่ง
เริ่มในสมัย 200 ปีก่อน คริสตกาล หรือยุคบาบิลอน ซึ่งใช้คนลากรถสองล้อไปบนถนน ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นสัตว์ เช่น วัว ม้า ลา มาช่วยลากรถสองล้อในยุคอียิปต์และกรีก ในศตวรราที่ 18 ได้มีการประดิษฐ์เครื่องจักรไอน้ำ และได้ผลิตรถไฟไอน้ำในประเทศอังกฤษขบวนแรกขึ้นในปี ค.ศ 1825 ต่อมาเนื่องจากความนิยมรถไฟน้อยลงจึงได้มีการประดิษฐ์คิดค้น รถยนต์เป็นพาหนะสำคัญแทนที่รถไฟในปี ค.ศ 1920
พํฒนาการข่นส่งทางน้ำ
การข่นส่งทางน้ำเป็นการขนส่งที่เก่าแก่ที่สุดในโลก จนกระทั่งใน พ.ศ 1819 มีเรือที่สามารถเดินข้ามในมหาสมุทรครั้งแรกได้คือ เรือกลไฟ เป็นเรือที่เล่นระหว่างเมือง savana รัฐจอร์เจียกับเมือง Liverpool ใช้เวลา 29 วัน แต่เป็นเรือข่นส่งหีบห่อพัสดุภัณฑ์ทางไปราณีย์เป็นหลักมีผู้โดยสารไม่มากนัก
พัฒนาการขนส่งทางอากาศ
เที่ยวบินให้บริการขนส่งผู้โดยสารให้บริการครั้งแรกในประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นการบริการเที่ยวบินโดยสารประจำทาง โดยบินระหว่าง Boston และ Newyork ใน ค.ศ 1935 ในปี พ.ศ 2544 รัฐบาลเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทในธุรกิจการบินภายในประเทศ เช่นแอร์อันดามัน ภูเก็ตแอร์ และโอเรียนไทย
ในสงครามโลกครั้งที่ 2 เครื่องบินได้ถ฿กดัดแปลงให้เป็นพาหนะของทหารเร่งการพัฒนาขีดความสามารถของเครื่องยนต์ไห้มีขนาดใหญ่ขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่ละประเทศได้เร่งแข่งขันกันที่จะนำเครื่องบินที่จะได้รับการปรับปรุงและพัฒนาแล้วมาใช้ในเชิงพานิชณ์
ประเภทของธุรกิจการคมนาคมขนส่งเพื่อการท่องเที่ยว
1.ธุรกิจการข่นส่งทางบก
-การเดินทางท่องเที่ยวโดยรถไฟ
-การเดินทางท่องเที่ยวโดยรถยนต์ส่วนบุคคล
-การเดินทางท่องเที่ยวโดยรถเช่า
-รกิจการเช่ารถ
รถโดยสารเพื่อการท่องเที่ยว
-รถโดยสารประจำทาง การบริการจุดจุดหนึ่งไปอีกจุดจุดหนึ่งตามตาราง
-รถโดยสารไม่ประจำทางหรือรถเช่าเหมา เดินทางสะดวกสบายและประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่าย
2.ธุรกิจการขนส่งทางน้ำ
การเดินเรือท่องเที่ยวทางน้ำแบ่งออกเป็นหลายประเภทดังนี้
-เรือเดินทะเล เป็นเรือคมนาคมจากเมืองหนึ่งไปอีกเมืองหนึ่ง
-เรือสำราญ คล้ายโรงแรมลอยน้ำมีความสะดวกสะบายครบครัน
-เรือข้ามฟาก เป็นเรือสำหรับการเดินทางระยะสั้น ใช้บรรทุกทั้ง ผูโดยสาร รถยนต์ รถโดยสาร หรือบางครั้งรถไฟ
-เรือใบและเรือยอร์ช ในอดีตจะมีเพียงผูมีฐานะร่ำรวยเท่านั้นที่สามารถซื้อได้ ปัจจุบันผู้ที่มีฐานะปานกลางสามารถเช่าเรือสำหรับท่องเที่ยวได้
-เรือบรรทุกสินค้า นักท่องเที่ยวบางกลุ่มชอบเดินทางกับเรือบรรทุกสินค้าที่ไม่เร่งรีบและจอดตามเมืองต่างๆ ทั่วโลก โดยเรือบรรทุกสินค้าสามารถรับผู้โดยสารได้ 12 คนโดยมีห้องพักสะดวกสะบายแต่มีราคาถูกกว่าเรือสำราญ
3.ธุรกิจการขนส่งทางอากาศ
สงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อให้เกิดผลดีในระยะยาวต่อการเติบโตของธุรกิจการบินพาณิชย์
การเดินทางท่องเที่ยวแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่คือ
3.1การบินลักษณะเที่ยวบินประจำภายในประเทศ เป็นการบินระหว่างเมืองต่อเมืองมีตารางบินที่แน่นอน แบ่งออกเป็น 2 ประเภทย่อยคือ
-เที่ยวบินประจำภายในประเทศ
-เที่ยวบินประจำระหว่างประเทศ
3.2การบินลักษณะเที่ยวบินไม่ประจำ เป็นการบินที่จัดเสริมในตาราง
3.3การบินลักษณะเช่าเหมาลำ เป็นการบินที่ให้บริการกลุ่มสามชิกหรือองค์การ หรือกลุ่มนักท่องเที่ยว รับ ส่งผู้โดยสารเฉพาะกลุ่มเดิมได้เท่านั้น ราคาค่าดดยสารจะถูกกว่าปกติ
วันจันทร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2553
บทที่ 4 องค์ประกอบสำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

ธุรกิจที่จัดว่าเป็นองค์ประกอบหลัก และธุรกิจที่จัดว่าเป็นองค์ประกอบเสริมดังที่ได้กล่าวไปในบทที่ 1 แล้วในบทนี้จะศึกษาเรื่องขององค์ประกอบหลักประเภทแรกคือ แหล่งท่องเที่ยว
แหล่งท่องเที่ยว
คำจำกัดความ 3 คำที่จำเป็นในการศึกษาแหล่งท่องเที่ยว ได้แก่
1.ทรัพยากรการท่องเที่ยว
2.จุดหมายปลายทาง
3.สิ่งดึงดูดใจทางการท่องเที่ยว
จากความหมายของทั้ง 3 คำข้างต้น อาจสรุปความหมายของแหล่งท่องเที่ยวได้ว่า คือ สถานที่ที่มีศักยภาพในการดึงดูด
นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเที่ยวหรือประกอบกิจกรรมต่างๆเพื่อสนองตอบต่อจุดประสงค์ด้านความพึงพอใจ หรือด้านนันทนาการ
ประเภทของแหล่งท่องเที่ยว จัดแบ่งได้ด้วยลักษณะเฉพาะต่างๆได้แก่
-ขอบเขต อาจแบ่งจุดมุ่งหมายหลักได้ 2 แบบ คือ จุดมุ่งหมายหลักกับจุดมุ่งหมายรอ
-ความเป็นเจ้าของ แหล่งท่องเที่ยวทั้งธรรมชาติและมนุษย์สร้างขึ้น
-ความคงทนถาวร การแบ่งอายุของแหล่งท่องเที่ยว-ศักยภาพในการดึงดูดนักท่องเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวแต่ละแห่งจะสนองความต้องการ หรือจุดประสงค์ของนักท่องเที่ยวต่างกัน
การท่องเที่ยวในประเทศไทยแบ่งออกเป็น 3 ประเภทได้แก่
1.แหล่งท่องเที่ยวเป็นธรรมชาติ สถานที่ท่องเที่ยวที่เกิดขึนเองตามธรรมชาติทั้งด้านชีวภาพและกายภาพ
2.แหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้น สถานที่มนุษย์สร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้างและอายุ
3.แหล่งท่องเที่ยวที่เป็นศิลปวัฒนธรรม ประเพณี และกิจกรรมของผู้คนในท้องถิ่น เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่พัฒนามาจากวัฒนธรรมประเพณี การดำรงชีวิตของผู้คน
แหล่งท่องเที่ยวในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทย
-ภาคกลาง ประกอบด้วย 21จังหวัด และเขตการปกครองพิเศษ
-ภาคเหนือ ประกอบด้วย 17 จังหวัด
-ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบด้วย 19 จังหวัด
-ภาคตะวันออก ประกอบด้วย 4 จังหวัด
-ภาคใต้ ประกอบด้วย 14 จังหวัด
วันเสาร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2553
บทที่ 3 ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยว

แรงจูงใจเป็นตัวกำหนดบุคลิกตภาพของบุคคล แรงจูงใจด้านการท่องเที่ยว หรือแรงจูงใจของนักท่องเที่ยวเป็นแนวคิดที่เป็นแบบลูกผสมระหว่างแนวคิดทางจิตวิทยา ผสมกับแนวคิดทางด้านสังคมวิทยา แรงจูงใจจึงหมายถึงเครือข่าย(Network)ทั้งหมดของพลังทางวัฒนธรรมและพลังชีววิทยา ซึ่งเป็นตัวกำหนดพฤติกรรมการท่องเที่ยว พลังทางสังคมน่าจะเป็นความรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างหนึ่งของโลก การท่องเที่ยวไปในดินแดนที่เพิ่งเปิดตัวต่อโลกภายนอกกำลังเป็นสมัยนิยมอย่างหนึ่งของคนวัยหนุ่มสาวในปัจจุบัน
ทฤษฎีต่างๆ เกี่ยวกับแรงจูงใจของนักท่องเที่ยว
1.ทฤษฎีลำดับขั้นแห่งความต้องการจำเป็น(Hierarchy of needs)
Maslow กล่าวว่ามนุษย์เป็นสัตว์ที่มีความต้องการ และจะแสดงพฤติกรรมต่างๆ เพื่อที่จะสนองความต้องการ ความต้องการของมนุษย์ไม่มีวันจบสิ้นเมื่อความต้องการอย่างหนึ่งได้รับการตอบสนองแล้ว ความต้องการอีกอย่างหนึ่งมาแทนที่ Maslow ได้เสนอลำดับขั้นการตอบสนองความต้องการของมนุษย์ทั้งหลาย 5 ขั้น
1.1ความต้องการความสำเร็จแห่งตน
1.2ความต้องการที่จะมีเกียรติยศชื่อเสียง
1.3ความต้องการทางด้านสังคม
1.4ความต้องการความมั่นคงปลอดภัยในชีวิต
1.5ความต้องการทางด้านสรีรวิทยา
2.ทฤษฎีขั้นบันได้แห่งการเดินทาง(Traval Career Ladder)
ผู้นำเสนอทฤษฎีนี้คือ Philip Pearce ความต้องการทางด้านการท่องเที่ยวมีการพัฒนาเป็นลำดับขั้นเช่นเดียวกับทฤษฎีของ Maslow ความต้องการจะเริ่งมีความลึกลับซับซ้อนมากขึ้นเมื่อนักเดินทางมีประสบการณ์มากขึ้น
ขั้นบันได
แห่งการเดินทาง1.ความต้องการสูงสุด คือ ความต้องการความสำเร็จแห่งตน และความต้องการที่จะได้รับประสบการณ์อันหลากหลาย
2.ความต้องการความภาคภูมิใจและพัฒนาตนเอง คือ ความต้องการที่จะพัฒนาทักษะของตนเอง
3.ความต้องการสร้างสัมพันธภาพ คือ ความต้องการที่จะไห้ความเป็นมิตรและความรักแก่ผู้อื่น
4.ความต้องการความปลอดภัยมั่นคง คือ ความต้องการที่จะดำรงชีวิตอย่างมั่นคง และมีความปลอดภัย
5.ความต้องการที่จะได้รับความพึงพอใจสูงสุด คือ ความต้องการลิ้มรสความหิวกระหาย ความต้องการทางเพศและการผ่อนคลาย
3.แรงจูงใจวาระซ่อนเร้น(Hidden Agenda)ของ Compton
แรงจูงใจวาระซ่อนเร้นมี 7 ประเภทดังนี้
1.การหลีกหนีสถานภาพที่จำเจ
2.การสำรวจและการประเมินตนเอง
3.การพักผ่อน
4.ความต้องการเกียรติภูมิ
5.ความต้องการที่จะถอยกลับไปสู่สภาพดั้งเดิม
6.กระชับความสัมพันธ์ทางเครือญาติ
7.การเสริมสร้างการปะทะสังสรรค์ทางสังคม
4.แรงจูงใจในทางการท่องเที่ยวในทัศนะของ Swarbrooke
แรงจูงใจที่สำคัญที่ทำให้คนเดินทางแบ่งออกเป็น 6 ชนิด ได้แก่
1.แรงจูงใจด้านสรีระหรือกายภาพ
2.แรงจูงใจทางด้านวัฒนธรรม
3.การท่องเที่ยวเพื่อตอบสนองอารมณ์ความรู้สึกบางอย่าง
4.การท่องเที่ยวเพื่อให้มาเพื่อสถานภาพ
5.แรงจูงใจในการพัฒนาตนเอง
6.แรงจูงใจส่วนบุคคล
แนวโน้มของแรงจูงใจของนักท่องเที่ยว
1.แรงจูงใจที่จะได้สัมผัสสิ่งแวดล้อม
2.แรงจูงใจที่จะได้พบปะกับคนในท้องถิ่น
3.แรงจูงใจที่จะเข้าใจวัฒนธรรมท้องถิ่นและประเทศเจ้าบ้าน
4.แรงจูงใจที่จะเสริมสร้างสัมพันธภาพภายในครอบครัว
5.แรงจูงใจที่จะได้พักผ่อนในสภาพแวดล้อมที่น่าสบาย
6.แรงจูงใจที่จะได้ทำกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวสนใจและฝึกทักษะ7.แรงจูงใจที่จะมีสุขภาพดี
8.แรงจูงใจที่จะได้รับการคุ้มกันและความปลอดภัย
9.แรงจูงใจที่จะได้รับการยอมรับนับถือและได้รับสถานภาพทางสังคม
10.แรงจูงใจที่จะให้รางวัลแก่ตัวเอง
ตัวอย่างการวิจัยที่ใช้วิธีการศึกษาจากกลุ่มเป้าหมาย
นักเดินทางประเภทแบกเป้ (Backpackers) นักเดินทางแบบนี้กำลังเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆในออสเตรเลีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และนิวซีแลนด์ แรงจูงใจที่ทำให้เกิดการเดินทางในลักษณะนี้อาจสรุปได้เป็น 4 มิติดังนี้
1.การหลีกหนี อาจเป็นการหลีกหนีจากความรับผิดชอบหรือการหยุดที่จะเลือกการตัดสินใจ
2.การมุ่งเน้นในเรื่องสิ่งแวดล้อม กิจกรรมการท่องเที่ยวส่วยใหญ่จะเน้นด้านสิ่งแวดล้อมและการผจญภัยเป็นหลัก
3.การทำงาน เป็นแรงจูงใจในด้านการทำงานในระหว่างการท่องเที่ยว และพัฒนาทักษะการทำงานในเวลาเดียวกัน
วันอาทิตย์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
บทที่ 2 ประวัติศาสตร์การท่องเที่ยวจากยุคเริ่มต้นถึงหลังสงครามโลกครั้งที่2

1.เป็นสินค้าที่จับต้องไม่ได้
2.เป็นสินค้าที่ไม่มีการเคลื่อนที่ไปหาผู้บริโภค
3.เป็นสินค้าที่ไม่สูญหาย
4.เป็นสินค้าที่เปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนกรรมสิทธิ์ก็ได้
สินค้าที่จับต้องไม่ได้ สินค้าของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวคือการให้ บริการ ผู้บริโภคหรือผู้มาเยือนไม่สามารถจับต้องหรือสัมผัสได้ ผู้มาเยี่ยมเยือนเพียงแต่ได้รับความพึงพอใจจากสิ่งที่เห็นหรือสิ่งที่ได้รับเท่านั้น สินค้าที่ไม่มีการเคลื่อนที่ไปหาผู้บริโภค ผู้บริโภคต้องเดินทางไปซื้อสินค้าและบริการ ณ สถานที่ผลิตนั่นเอง ซึ่งหมายถึงสถานที่ที่มีทรัพยากรการท่องเที่ยวต่างๆ สินค้าไม่มีวันสูญหาย เป็นสินค้าและบริการที่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีกหลายครั้ง ในบางครั้งต้องดูแลรักษาและบำรุงให้คงอยู่ในสภาพที่ดีและเสียหายน้อยที่สุด องค์ประกอบของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้ออกเป็น
-องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับนักท่องเที่ยว (องค์ประกอบหลัก)
-องค์ประกอบที่สนับสนุนกิจกรรมการท่องเที่ยว (องค์ประกอบเสริม)
องค์ประกอบที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับนักท่องเที่ยว
1.สิ่งดึงดูดใจทางการท่องเที่ยว

2.ธุรกิจการคมนาคมขนส่ง
3.ธุรกิจที่พักแรม
4.ธุรกิจร้านอาหารและภัตตาคาร
5.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์
องค์ประกอบที่สนับสนุนกิจกรรมการท่องเที่ยว
1.ธุรกิจจำหน่ายสินค้าที่ระลึก
2.ธุรกิจ MICE
3.การบริการข่าวสารข้อมูล
4.การอำนวยความสะดวกทางด้านความปลอดภัย
5.การอำนวยความสะดวกในการเข้า-ออกเมือง
ความสำคัญของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว(ทางเศรษฐกิจ)
-เป็นแหล่งที่มาของเงินตราต่างประเทศ
-ช่วยลดปัญหาการขาดดุลระหว่างประเทศ
-ช่วยสร้างอาชีพและการจ้างงาน
-ช่วยไห้เกิดการกระจายรายได้
-ช่วยกระตุ้นให้เกิดการผลิตทางเศรษฐกิจ
ทางสังคม
-ช่วยยกมาตราฐานการครองชีพของคนในท้องถิ่น
-ช่วยสร้างสรรค์ความเจริญให้แกสังคม
ทางด้านการเมือง
-ช่วยสร้างสันติภาพและความสามัคคี
-ช่วยส่งเ
สริมความมั่นคงและภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ประเทศวันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
395 ปีบันทึกปินโต
บันทึกความทรงจำของ แฟร์เนา เมนเดซ ปินโต เป็นเรื่องเกี่ยวกับ สภาพแวดล้อม ภูมิประเทศ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณี และเหตุการณ์การบ้านเมืองต่างๆ และประวัติของเขาน่าตื่นเต้น บันทึกของปิ่นโต ถูกอ้างอิงจากนักประวัติศาสตร์ไทย ตั้งแต่สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ มาจนปัจจุบัน หนังสือนี้มีสถานะเป็นหลักฐานประวัติศาสตร์นิพนธ์ หรือเป็นเพียงนิยายผจญภัย
ประวัติ
ปินโตเป็นชาวเมือง มองเตอมูร์เก่าในราชอาณาจักรโปรตุเกส ปินโตเกิดในครอบครัวที่บยากจน เมื่ออายุ 10 หรือ 12 ขวบ ได้เป็นคนรับใช้ของสุภาพสตรีผู้หนึ่ง ใน ค.ศ 1523 เขาตกอยู่ในอันตรายหนีลงเรือ การผจญภัยของปินโต ก็เริ่มขึ้น เมื่อเดินทางไปถึงเมืองดิว ในอินเดียอายุ 28 ปี เขากลับมาสู่มาตุภูมิ เป็นเวลา 21 ปี ของการแสวงโชคในเอเชีย ปินโตเคยเดินทางไปเอธิโอเปีย จีน อาณาจักรอินเดียตะวันออกในน่านน้ำอินโดนีเซียปัจจุบัน ปินโตเคยเผชิญปัญหาเรืออับปาง 5 ครั้ง ถูกขาย 16 ครั้ง และถูกจับเป็นทาส 13 ครั้ง ปินโตผ่านทั้งการเป็นลูกเรือ กลา สีเรือ ทหาร พ่อค้า ฑูต และนักสอนศาสนา เมื่อกลับโปรตุเกส เขาพยายามติดต่อขอรับพระราชทานบำเหน็จ แต่กลับไม่ได้รับความสนใจจากพระราชสำนัก ปินโตจึงไปอยู่ที่เมือง ปากัลป์ ทางใต้ของโปรตุเกส ปินโตเขียนหนังสือ Peregrinacao ขึ้น ถูกตีพิมพ์หลังจากเขาถึงแก่กรรม ปิยโตเคยเข้าสยาม 2 ครั้ง ครั้งแรกเข้ามาที่ปัตตานี และนครศรีธรรมราช ครั้งที่2 เข้ามายังกรุงศรีอยุธยา
หลังจากปินโตถึงแก่กรรม บุตรีของเขาได้มอบต้นฉบับหนังสือให้แก่สำนักบวช ที่กรุงลิสบอน ต่อมากษัตริย์ฟิลิปที่1และท่านก็เป็นกษัตริย์ฟิลิปที่2ด้วย ทรงได้ทอดพระเนตร งานนิพนธ์ชิ้นนี้ บุตรีของปินโตจึงได้รับพระราชบำเหน็จรางวัลแทนบิดา งานเขียนของปินโต พิมพ์ครั้งแรกเมื่อ ค.ศ.1614 เป็นภาษาต่างๆ อาทิ ภาษาฝรั่งเศษ ภาษาอังกฤษ กรมศิลปกรได้เผยแพร่บันทึกของปิ่นโตบางส่วนในชื่อ การท่องเที่ยวผจญภัย ของ แฟร์นังค์ มังเดซ ปินโต
รูปแบบการนำเสนอ
เสนอในรูปของร้อยแก้ว บางตอนได้ฟังมาจากคำบอกเล่า และการสอบถามผู้รู้ อาทิ เหตุการณ์เมื่อสมเด็จพระไชยาราชาธิราชทรงเสด็จสวรรคต ปินโตระบุว่า การเดินทางของเขามีจุดมุ่งหมาย เพื่อให้มีการเรียนรู้สภาพภูมิศาสตร์ของโลก มิได้มีประสงค์ที่จะก่อให้เกิดความท้อถอย การติดต่อกับดินแดนแถบเอเชีย เขาอุทิศการทำงานให้แก่พระเจ้า มิได้หวังชขื่อเสียง จุดมุ่งหมายของปินโตคือ สะท้อนให้เห็นคุณค่า และเหตุการณ์ สถานที่ ทรัพยากร อารมณ์ อารมณ์ ความรู้สึก และวัฒนธรรมอันหลากหลายที่ปรากฎในหนังสือ
คุณค่าทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับราชอาณาจักรสยาม
ทหารโปรตุเกตุจำนวน 120 คน ซึ่งสมเด็จพระไชยราชาธิราช ทรงจ้างมาเป็นทหารรักษาพระองค์ ได้สอนชาวสยามได้รู้จักการใช้ปืนใหญ่ ทหารโปรตุเกส ส่งผลให้มีการเริ่มปรับปรุง ตำราพิชัยสงคราม ภายใต้การช่วยเหลือของที่ปรึกษาชาวโปรตุเกส จนเป็นที่มาของการก่อตั้ง กรมการก่อตั้งฝารั่งแม่นปืน
ความน่าเชื่อถือ
การผจญภัยของปินโตมีลักษณะคล้ายเรื่องราวในนิยายอาหรับและตั้งฉายาเขาว่า ซินแบดแห่งโปรตุเกส ดับเบิ้ลยู เอ.อาร์.วูด ชี้ว่าควรจะอ่านงานเขียนของปินโตในฐานะที่เป็นเรื่องราวของชายชราที่ได้ เดินทางกลับไส่มาตุภูมิอีกครั้งหนึ่ง เพื่อความบันเทิงมิใช่เป็นประวัติสาสตร์ที่เขียนเป็นวันต่อวัน และตั้งข้อสงสัย เกี่ยวกับความแม่นยำ ของปีศักราชในบันทึกนี้ด้วย งานเขียนของปินโตบางส่วนมีรูปแบบเป็นจดหมาย ติดต่อกับบุคคล(Campos.1940.21)ดังนั้นจึงไม่ควรมองข้าม ความแม่นยำของเวลา ที่ระบุในบันทึกของเขา
สรุป
ผู้เขียนเห็นว่างานนิพนธ์ของปิ่นโต มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์มากกว่าจะถูกมองว่าเป็นเพียงวรรณกรรม ประโลมโลกหรือนิยายผจญภัยของกลาสีเรือ แม้เนื้อหาบางตอน จะดูตื่นเต้นเร้าใจเกินกว่า จะมีความสมจริง ตามทัศนะของนักประวัติศาสตร์ แต่ในสภาวะที่ ยุโรปเพิ่งจะพ้นยุคแห่งการจุดไฟเผาหญิงสาวที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นแม่มด และยังคงเคร่งต่อจริยธรรมทางศาสนา มีใครบ้างที่จะกล้าเปิดเผย ต่อสาธารณชน ว่าตนเองเคยรับประทานเนื้อมนุษย์ เพื่อประทังชีวิตกลางทะเล หลังจากถูกโจรสลัดโจมตี ข้อถกเถียงในงานของปินโต อาจจะมีอยู่ไม่น้อย แต่มีหลักฐานประวัติศาสตร์ชิ้นใดบ้างที่ ปราศจากคำถาม และความเคลือบแคลง งานของปิ่นโตถูกตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความแม่นยำของศักราชก็เพราะบันทึกของเขาเป็นเอกสารที่ เขียนขึ้นจากความทรงจำเมื่อเขาเดินทางกลับไปใช้ชีวิตในโปรตุเกสระยะหนึ่งแล้ว พระราชพงศาวดารกรุงศรี อยุธยาฉบับหลวงประเสริฐ ได้รับความเชื่อถือเป็นอย่างยิ่ง ว่ามีความแม่นยำในเรื่องศักราช และเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์(นิธิใ2525:65)แต่ต่อมานักประวัติสาสตร์บางท่านก็เคยตั้งข้อสงสัยต่อสถานภาพดังกล่าว ซึ่งถือเป็นความไม่เที่ยงของหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ในทางกลับกันอาจจะมีผู้ใช้ บันทึกของปินโตมาตรวจสอบความแม่นยำของเอกสารฉบับใด ฉบับหนึ่งอย่างจริงจังในอนาคตก็ได้
วิจารณ์
ปินโตเป็นหลักฐานทางประวัติศาตร์ ที่มีหลักฐานจริงและเรื่องเกิดขึ้น เป็นการท่องเที่ยวที่สนุกและมีแง่มุมให้เราคิดหลายอย่าง
สถานที่ที่เราชอบ

สภาพบรรยากาศ มีหาดที่โค้งยาวถึง 9 กิโลเมตร หาดทรายสวยงาม น้ำทะเลใสสะอาด มีสิ่งอำนวยความสะดวกล้อมรอบ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ หาดป่าตองเป็นแหล่งที่รวมของสถานที่ท่องเที่ยว มีกิจกรรมนันทนาการให้กับนักท่องเที่ยว หาดที่ยาวและสวยงามกลางวันนักท่องเที่ยวต่างชาติ มักจะชอบมานอนอาบแดด และเล่นน้ำ และกิจกรรมทางน้ำ เช่น banana boat เจสกี อื่นๆ บรรยากาศโดยรวมดีมาก กลางคืนมีแหล่งท่องเที่ยวบันเทิงมากมาย
1. ความงามของหาดทราย หาดป่าตองเป็นหาดที่เป็นอ่าวกำแพง เพราะมีเทือกเขากั้นเป็นกำแพงอยู่หลังอ่าว ด้วยลักษณะธรรมชาติของหาดป่าตองที่มีลักษณะหาดกว้างยาว และสุดหัวหาดทั้งสองด้านมีเชิงเขาที่เป็นโขดหินยื่นออกไปในทะเลด้านละประมาณ ๒๐๐-๓๐๐ เมตร จึงทำให้หาดสวยงาม คลื่นลมก็ไม่รุนแรง ระยะน้ำตื้นห่างจากฝั่ง ๓๐-๔๐ เมตร สามารถเล่นน้ำทะเลได้ตลอดปี จึงเป็นที่นิยมเล่นน้ำและพักผ่อนหย่อนใจของชาวบ้านชาวเมืองและชาวต่างประเทศเป็นอันมาก จนป่าตองถูกกล่าวขานว่าเป็นหาดที่สวยงามและมีชื่อเสียงระดับโลก
แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว
หาดป่าตอง
หาดป่าตอง อ.เมือง จ.ภูเก็ตหาดทรายขาวสวย ทอดไปตามโค้งอ่าวกว้าง หาดป่าตองที่ได้ชื่อว่าเป็นหาดทรายสวยที่สุดของภูเก็ต มีชื่อเสียงรู้จักกันดีในหมู่นักท่องเที่ยวในระดับโลก หาดป่าตองอยู่ด้านตะวันตก ทางตอนกลางของเกาะ ชายฝั่งเว้าลึกเป็นรูปโค้งเหมือนพระจันทร์เสี้ยว มีความยาวเกือบ 3 กม. หาดทรายสีขาวสะอาดทอดตัวยาวออกไปสุดสายตาตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าใส ทัศนียภาพที่สวยงามอย่างนี้ เป็นเสน่ห์ของหาดป่าตองที่สร้างความประทับใจให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือน
คลื่นลมที่ป่าตองไม่แรงมาก น้ำตื้นค่อยๆลาดลดระดับลงทะเล เล่นน้ำได้เป็นอย่างดี หน้าหาดป่าตองจึงเป็นที่เล่นน้ำทะเลยอดนิยม เต็มไปด้วยร่มหลากสีสัน มีนักท่องเที่ยวนิยมมานอนอาบแดด มีกิจกรรมและกีฬาทางน้ำหลายชนิดให้เลือก ไม่ว่าจะเป็น บานาน่าโบ๊ต พาราเซล วินเซิร์ฟ หรือเจ็ตสกี ป่าตองยังพรั่งพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก เ
ป็นศูนย์รวมของธุรกิจและความบันเทิงหลากหลายรูปแบบ บริการนำเที่ยว นั่งช้าง เดินป่า พายเรือแคนู เที่ยวเกาะ มีร้านตกปลาและดำน้ำนับสิบร้าน ตลอดจนช็อปปิ้งเซ็นเตอร์ ห้างสรรพสินค้า ร้านขายของที่ระลึกมากมาย จนกล่าวได้ว่าทุกสรรพสิ่งที่นักท่องเที่ยวปรารถนา หาได้ที่ป่าตองหาดป่าตองได้รับผลกระทบอย่างมากจากเหตุการณ์สึนามิ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547 ปัจจุบันได้รับการฟื้นฟูเป็นอย่างดี หาดป่าตองเป็นหนึ่งในชายหาดสำคัญที่ได้รับการติดตั้งระบบเตือนภัยสึนามิ มีการซักซ้อมการอพยพและการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวอยู่อย่างสม่ำเสมอเป็นระยะๆ มีการจัดระเบียบชายหาด รวมทั้งมีการสร้างประติมากรรมต่างๆ บนหาดทรายเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์สึนามิ ทำให้หาดป่าตองมีความสวยงามและน่าท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น
